รีวิว ‘ Southside With You ‘ : โรแมนติก อินดี้ เมื่อครั้งที่บารัคเจอกับมิเชลล์ใหม่ ๆ

Southside With You

Southside with You (2016)

สุดยอดหนัง ที่ย้อนรำลึกถึงเดทแรกของอดีตคู่ สามี ภรรยา หมายเลข 1 ซึ่งทำให้คุณต้องกลับไปคิดถึงเรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นของโอบาม่าอีกครั้ง

นี่คือหนังเดทแห่งปี Southside With You ได้ย้อนไปยังตอนหน้าร้อนที่ ชิคาโก้ ปี 1989 ระหว่าง บารัค โอบาม่า ( พาร์เกอร์ ซอว์เยอร์ส ) ที่ตอนนั้นยังไม่เป็นที่รู้จัก กับ มิเชลล์ โรบินสัน ( ทิก้า ซัมพ์เตอร์ ) ซึ่งทั้ง ซอว์เยอร์ และ ซัมพ์เยอร์ ต่างก็แสดงได้อย่างสมบทบาท โดยที่ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบบุคคลต้นฉบับทุกกระเบียดนิ้วแต่อย่างใด

โดย ริชาร์ด แทนน์ ที่นั่งแท่น ผู้เขียน – ผู้กำกับ เป็นครั้งแรก ถือว่าหลีกเลี่ยงวาระทางการเมืองเพื่อโฟกัสอยู่กับแค่ 2 นักกฏหมาย หนุ่ม สาว ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตของตัวเองได้อย่างชาญฉลาด โดย มิเชลล์ ผู้ฉลาดเฉลียวยืนยันที่จะบอกกับ บารัค ว่า “นี่ไม่ใช่เดทครั้งแรก” โดยชายที่เธอเรียกในตอนแรกว่า “ เป็นพี่ชายที่พุดได้ไหลลื่น ” คือเพื่อนร่วมงานที่บริษัทนักกฎหมาย เธอตกลงที่จะไปกับเขาเพิ่งเพื่อจะไปเข้าร่วมประชุม ที่โบสถ์ เซาธ์ไซด์ ที่ ๆ ซึ่งคนผิวดำรวมตัวกันวางแผนจะสร้างศูนย์ชุมชนก็มา ซึ่ง บารัค ได้แนะนำว่าก่อนที่เข้าการประชุม ควรจะไปดูนิทรรศการของ เออร์นี่ บาร์นส์ จิตกรผิวดำ ที่สถาบันศิลปะ และอาจมีปิกนิกอาหารกลางวันก่อน โดยเธอก็ช่วยออกค่าอาหารด้วย

ตอนที่พวกเขาเดินก็เล่าเรื่องราวสมัยเด็ก ๆ และพูดถึงปัญหาของคนดำ แต่ตัวหนังก็ไม่ได้เยิ่นเย้อ แม้แต่ตอนที่ บารัค ที่พยายามจะหลบซ่อนพฤติกรรมการสูบซิการ์ของตัวเองจาก มิเชลล์ ได้กล่าวกับนักกิจกรรมชุมชน โดยมีฉาก ซอว์เยอร์ส ได้กล่าวคำปราศรัยเฉพาะประโยคเด็ด ๆเท่านั้น ซึ่งหนังเรื่องนี้มีสไตล์ที่คล้ายกับภาพยนตร์ไตรภาค ” Before ” ของ ริชาร์ด ลินเคเตอร์ มาก เรากำลังชมคน 2 คนที่กำลังคบหาดูใจกัน , ปะทะคารมกัน ( มิเชลล์ บอกว่า บารัค รู้น้อยมาก เกี่ยวกับเรื่องการเป็นผู้หญิงและคนดำในบริษัทนักกฎหมาย ) และตัดสินใจว่าพวกเขาจะทิ้งความตั้งใจของตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายในชีวิตหรือไม่ ซึ่งหลังจากการประชุม พวกเขาได้ไปชมภาพยนตร์เรื่อง Do the Right Thing ของ สไปค์ ลี ซึ่งเป็นหนังที่ทำให้พวกเขาเกิดการพูดคุยกันเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงและความไม่รุนแรงในการแก้ปัญหา พวกเขายังไปซื้อไอศกรีม Baskin – Robbins และเกิดจูบแรกนอกร้านด้วย

ซึ่งฉากก็สวยงามตามท้องเรื่อง และไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาล้างสมองผู้ชมด้วย ( แต่ถ้าเราชมภาพยนตร์เกี่ยวกับเดทแรก ระหว่าง ทรัมป์ กับ เมลาเนีย อาจจะเป็นเช่นนั้น ) แต่ Southside With You ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าดูหนังคู่รัก ที่แชร์ความคิดอันชาญฉลาดของทั้งคู่ออกมามากกว่า ต้องชม แทนน์ ที่เขียนบทพูดของ บารัค กับ มิเชลล์ ออกมาได้อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึก ทำให้เรารู้สึกได้ถึงเสน่ห์ของตัวละครที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับบุคคลต้นฉบับเป๊ะ ๆ

รีวิว ‘ Hands of Stone ‘ : หนังชีวิตประวัติของ โรแบร์โต้ ดูรัน ที่ไม่ได้เป็นแบบ Raging Bull

hands of stone

Hands of Stone (2016) หนังแอ็คชั่น ที่ควรดู

หนังที่สร้างจากชีวิตขึ้น ๆ ลง ๆ ของยอด นักชก กำปั้นหินชาว ปานามา ที่ โรเบิร์ต เดอ นีโร เล่นได้เด่นมาก ๆ หากสนใจชมตัวอย่างหนัง ภาพยนต์ ขอแนะนำเว็บไซต์ ดูหนัง action มีทั้งตัวอย่าง และหนังเต็มเรื่อง พากษ์ไทย ให้ชมฟรี

ภาพยนตร์ ที่เกี่ยวข้องกับหมัด ๆ มวย ๆ ทุกเรื่อง ยกเว้น Raging Bull มักจะเดินเรื่องไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือเริ่มต้นจากการเป็น ไก่รองบ่อน มาก่อนที่จะโด่งดังขึ้นมา จากนั้นก็เกิดปัญหาก่อนจะคัมแบ็คกลับมาได้สำเร็จ ดูอย่าง Rocky ไปจนถึง Creed เป็นตัวอย่างก็ได้ และหนังเรื่อง Hands of Stone ที่สร้างจากเรื่องจริงของ โรแบร์โต้ ดูรัน ( แสดงโดย เอ็ดการ์ รามิเรซ ) แชมป์รุ่น ไลท์เวท ช่วงทศวรรษที่ 1970 ก็ไม่ได้หนีจากแนวนั้นสักเท่าไหร่เลย แต่ โจนาธาน จาคูโบวิช ผู้เขียนบท และ กำกับ เป็นผู้เกิดใน เวเนซุเอล่า ก็รู้วิธีที่จะทำเรื่องราวให้แข็งแรงขึ้น และดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากตัวนักแสดงได้

รามิเรซ ถือว่าแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมในบทบาทของ ดูรัน ผู้เป็นนักสู้ข้างถนนจาก ปานามา โดยกำเนิด ที่บ่อยครั้ง ความเป็นคนอารมณ์ร้อนของเขา มักจะดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมา ซึ่งเสน่ห์ของเขาได้ไปสร้างความประทับใจให้กับ เฟลิซิดัด ( อนา เด อาร์มาส แห่ง War Dogs ) เด็กนักเรียนสาว ที่ต่อมาได้เป็นภรรยาของเขา อย่างไรก็ตามดูรันไม่ได้เป็นที่รักของทุกคน จนกระทั่ง โรเบิร์ต เดอ นีโร ที่เล่นเป็น เรย์ อาร์เซล เทรนเนอร์ ผู้ปลุกปั้นนักสู้พันธุ์ดิบ 18 คน เป็นแชมป์มาแล้ว ซึ่งเป็นอาร์เซลนี่เองที่ขัดเกลา ดูรัน และเป็นสอนให้เขาชกอย่างมีชั้นเชิงมากกว่าที่จะเป็นมวยวัดเหมือนเมื่อก่อน

ซึ่งในระหว่างยก อาร์เซล จะเป็นผู้หวีผมให้ ดูรัน ( ซึ่งมันกลายมาเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของพวกเขาในเวลาต่อมา ) เพื่อให้ฝั่งตรงข้ามคิดว่า ดูรัน ดูสดชื่นอยู่ตลอด ซึ่ง เดอ นีโร เป็นเหมือนตัวขับเคลื่อนหนังให้ดำเนินไปได้ แม้ในความเป็นจริง ดูรัน จะต้องชกใน 4 รุ่นที่แตกต่างกัน ( ไลท์เวท , เวลเตอร์เวท , ไลท์ มิดเดิ้ลเวท และ มิดเดิ้ลเวท ) แต่ในภาพยนตร์ได้โฟกัสไปที่แชมป์ปี 1980 ที่เจอกับ ชูการ์ เรย์ เลโอนาร์ด แชมป์ไร้พ่ายรุ่นวอลเตอร์เวทของ WBC ที่ยอมลดน้ำหนักลงถึง 15 ปอนด์ เพื่อมาชกด้วย โดยเลโอนาร์ดนั้นแสดงโดย อัชเชอร์ ซึ่งไฟท์ดังกล่าวได้ทำให้ ดูรัน กลายเป็นฮีโร่ของ ชาวปานามา นั่นเอง และนั่นทำไปสู่การทำน้ำหนักชกข้ามรุ่นและเริ่มขี้เกียจนั่นเอง