Along with the Gods : The Two Worlds ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า [รีวิว]

รีวิว หนังเกาหลี เรื่อง Along with the Gods : The Two Worlds ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า 

Along with the Gods : The Two Worlds ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า หนังเกาหลี ที่คอหนังไม่ควรพลาดอีกหนึ่งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ฉาก ตัวละครแต่ละตัว นักแสดงแต่ละคนที่มารับบทบาทนั้น เด่น และเป็นเอกลักษณ์ และที่ต้องขอชมเลย นั่นคือ เทคนิค CG บอกเลยว่าแม้ว่าจะไม่เท่ากับหนัง Hollywood แต่ก็ถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจสุด ๆ

Along with the Gods

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ คิม จาฮอง นักดับเพลิงที่เสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด เขาถูกนำตัวไปยังปกโลกเคียงคู่กับเหล่าเทพผู้พิทักษ์ทั้งสาม ได้แก่ ผู้นำทีมเทพผู้พิทักษ์ คังลิม, เทพนักต่อสู้ฝีมือกล้าแกร่ง เฮวอนมัค และ เทพแห่งมันสมอง ดังชุน

นำไปสู่การผจญภัยฝ่าขุมนรกแห่งบาปทั้ง 7 ที่ทั้งมนุษย์และทวยเทพต้องยำเกรง และซ่อนเร้นภยันตรายที่น่าสะพรึงกลัว ได้แก่ นรกแห่งบาปฆาตกรรม, นรกแห่งบาปเกียจคร้าน, นรกแห่งบาปหลอกลวง, นรกแห่งบาปอยุติธรรม, นรกแห่งบาปทรยศ, นรกแห่งบาปความรุนแรง, นรกแห่งบาปอกตัญญู และผ่านด่านพิพากษาจาก ราชันย์ยอมรา เทพแห่งนรก เพื่อพิสูจน์ตัวตนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งภายในกำหนดเวลา 49 วัน

เรียกว่าเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ค่อยเป็นกระแสให้พูดถึงเท่าที่ควร สำหรับ Along with the Gods: The Two Worlds ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า มาทราบข่าวคราวกันอีกทีก็ใกล้ถึงวันฉายแล้ว เมื่อได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ครั้งแรกต้องยอมรับว่าเป็นภาพยนตร์ที่น่าสนใจมาก เป็นที่รู้กันดีว่าอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีไม่ค่อยนิยมสร้างภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟเท่าที่ควร แต่เน้นหนักไปทางดราม่าเสียมากกว่า จึงเป็นที่ตื่นตาตื่นใจพอสมควรเมื่อได้ชมตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้

แน่นอนว่าจากตัวอย่างที่ปล่อยออกมาก็ทำให้ค่อนข้างคาดหวังพอสมควร ว่าเนื้อเรื่องมันจะต้องอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่เข้มข้น ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการลำดับเรื่องน่าติดตาม กระชับ ไม่ค่อยมีความเวิ่นเว้อ อีกทั้งยังใส่ประเด็นที่คนไทยอย่างเราเข้าถึงได้ง่าย คือโลกหลังความตาย ซึ่งแนวคิดในเรื่องค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกับความเชื่อของคนไทยพอสมควร อาจเป็นเพราะอยู่โซนตะวันออกเหมือนกันก็เป็นได้

นอกจากการลำดับเรื่องที่มีชั้นเชิงแล้ว ในเรื่องของการใช้ซีจี วิชวลเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ก็ทำออกมาได้ดี แม้บางฉากจะมีหลุด ๆ ลอย ๆ ออกมาบ้าง แต่ก็ถือว่าไม่ได้น่าเกลียดมากนัก และต้องขอชื่นชมการออกแบบฉากของนรกขุมต่าง ๆ เรียกว่ามีความคิดสร้างสรรค์มาก การร้อยเรียงเรื่องราวก็ลื่นไหล แทบไม่มีสดุด อีกทั้งในเรื่องของความดราม่าที่ไม่ทิ้งลายความเป็นเกาหลีเลย เชื่อว่าหลายคนต้องแอบน้ำตาซึมเหมือนกัน ถือว่าเป็นจุดแข็งที่นำมาต่อยอดได้ดี

The Two Worlds

และอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นคือ นักแสดง ใน Along with the Gods: The Two Worlds ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า นั้นถือเป็นการรวบรวมเอาเหล่าซุปตาร์เกาหลีมาไว้หลายต่อหลายคน ทั้ง คิมดงอุค, จูจีฮุน, ชาแทฮยอน, มาดงซอก และ อีจุงแจ ทำเอาแฟนหนังเกาหลีออกอาการปลื้มมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของการถ่ายทอดอารมณ์ก็กินใจมาก มีทั้งความฮา ตื่นเต้น และเศร้าจนน้ำตาซึม เรียกได้ว่าครบเครื่อง ครบรสสุด ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพรวมของหนังจะทำออกมาได้สนุก แต่ก็ไม่ค่อยสุด อาจะเป็นเพราะหนังเรื่องนี้ทำออกมาหลายภาคด้วยกัน ก็เลยมีช็อตที่เป็นปมไว้ให้คนดูคิดไว้บ้าง แต่เรื่องนี้ก็ถือว่าในตอนจบค่อนข้างสรุปเรื่องออกมาได้ดี เชื่อว่าใครที่ไปดูต้องได้แง่คิดหลาย ๆ อย่างกลับมาใช้แน่นอน

IMDB : 7.8/10 คะแนน

ขอบคุณข้อมูล : movie.mthai.com

รีวิว ‘ Southside With You ‘ : โรแมนติก อินดี้ เมื่อครั้งที่บารัคเจอกับมิเชลล์ใหม่ ๆ

Southside With You

Southside with You (2016)

สุดยอดหนัง ที่ย้อนรำลึกถึงเดทแรกของอดีตคู่ สามี ภรรยา หมายเลข 1 ซึ่งทำให้คุณต้องกลับไปคิดถึงเรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นของโอบาม่าอีกครั้ง

นี่คือหนังเดทแห่งปี Southside With You ได้ย้อนไปยังตอนหน้าร้อนที่ ชิคาโก้ ปี 1989 ระหว่าง บารัค โอบาม่า ( พาร์เกอร์ ซอว์เยอร์ส ) ที่ตอนนั้นยังไม่เป็นที่รู้จัก กับ มิเชลล์ โรบินสัน ( ทิก้า ซัมพ์เตอร์ ) ซึ่งทั้ง ซอว์เยอร์ และ ซัมพ์เยอร์ ต่างก็แสดงได้อย่างสมบทบาท โดยที่ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบบุคคลต้นฉบับทุกกระเบียดนิ้วแต่อย่างใด

โดย ริชาร์ด แทนน์ ที่นั่งแท่น ผู้เขียน – ผู้กำกับ เป็นครั้งแรก ถือว่าหลีกเลี่ยงวาระทางการเมืองเพื่อโฟกัสอยู่กับแค่ 2 นักกฏหมาย หนุ่ม สาว ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตของตัวเองได้อย่างชาญฉลาด โดย มิเชลล์ ผู้ฉลาดเฉลียวยืนยันที่จะบอกกับ บารัค ว่า “นี่ไม่ใช่เดทครั้งแรก” โดยชายที่เธอเรียกในตอนแรกว่า “ เป็นพี่ชายที่พุดได้ไหลลื่น ” คือเพื่อนร่วมงานที่บริษัทนักกฎหมาย เธอตกลงที่จะไปกับเขาเพิ่งเพื่อจะไปเข้าร่วมประชุม ที่โบสถ์ เซาธ์ไซด์ ที่ ๆ ซึ่งคนผิวดำรวมตัวกันวางแผนจะสร้างศูนย์ชุมชนก็มา ซึ่ง บารัค ได้แนะนำว่าก่อนที่เข้าการประชุม ควรจะไปดูนิทรรศการของ เออร์นี่ บาร์นส์ จิตกรผิวดำ ที่สถาบันศิลปะ และอาจมีปิกนิกอาหารกลางวันก่อน โดยเธอก็ช่วยออกค่าอาหารด้วย

ตอนที่พวกเขาเดินก็เล่าเรื่องราวสมัยเด็ก ๆ และพูดถึงปัญหาของคนดำ แต่ตัวหนังก็ไม่ได้เยิ่นเย้อ แม้แต่ตอนที่ บารัค ที่พยายามจะหลบซ่อนพฤติกรรมการสูบซิการ์ของตัวเองจาก มิเชลล์ ได้กล่าวกับนักกิจกรรมชุมชน โดยมีฉาก ซอว์เยอร์ส ได้กล่าวคำปราศรัยเฉพาะประโยคเด็ด ๆเท่านั้น ซึ่งหนังเรื่องนี้มีสไตล์ที่คล้ายกับภาพยนตร์ไตรภาค ” Before ” ของ ริชาร์ด ลินเคเตอร์ มาก เรากำลังชมคน 2 คนที่กำลังคบหาดูใจกัน , ปะทะคารมกัน ( มิเชลล์ บอกว่า บารัค รู้น้อยมาก เกี่ยวกับเรื่องการเป็นผู้หญิงและคนดำในบริษัทนักกฎหมาย ) และตัดสินใจว่าพวกเขาจะทิ้งความตั้งใจของตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายในชีวิตหรือไม่ ซึ่งหลังจากการประชุม พวกเขาได้ไปชมภาพยนตร์เรื่อง Do the Right Thing ของ สไปค์ ลี ซึ่งเป็นหนังที่ทำให้พวกเขาเกิดการพูดคุยกันเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงและความไม่รุนแรงในการแก้ปัญหา พวกเขายังไปซื้อไอศกรีม Baskin – Robbins และเกิดจูบแรกนอกร้านด้วย

ซึ่งฉากก็สวยงามตามท้องเรื่อง และไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาล้างสมองผู้ชมด้วย ( แต่ถ้าเราชมภาพยนตร์เกี่ยวกับเดทแรก ระหว่าง ทรัมป์ กับ เมลาเนีย อาจจะเป็นเช่นนั้น ) แต่ Southside With You ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าดูหนังคู่รัก ที่แชร์ความคิดอันชาญฉลาดของทั้งคู่ออกมามากกว่า ต้องชม แทนน์ ที่เขียนบทพูดของ บารัค กับ มิเชลล์ ออกมาได้อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึก ทำให้เรารู้สึกได้ถึงเสน่ห์ของตัวละครที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับบุคคลต้นฉบับเป๊ะ ๆ

รีวิว ‘ Hands of Stone ‘ : หนังชีวิตประวัติของ โรแบร์โต้ ดูรัน ที่ไม่ได้เป็นแบบ Raging Bull

hands of stone

Hands of Stone (2016) หนังแอ็คชั่น ที่ควรดู

หนังที่สร้างจากชีวิตขึ้น ๆ ลง ๆ ของยอด นักชก กำปั้นหินชาว ปานามา ที่ โรเบิร์ต เดอ นีโร เล่นได้เด่นมาก ๆ หากสนใจชมตัวอย่างหนัง ภาพยนต์ ขอแนะนำเว็บไซต์ ดูหนัง action มีทั้งตัวอย่าง และหนังเต็มเรื่อง พากษ์ไทย ให้ชมฟรี

ภาพยนตร์ ที่เกี่ยวข้องกับหมัด ๆ มวย ๆ ทุกเรื่อง ยกเว้น Raging Bull มักจะเดินเรื่องไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือเริ่มต้นจากการเป็น ไก่รองบ่อน มาก่อนที่จะโด่งดังขึ้นมา จากนั้นก็เกิดปัญหาก่อนจะคัมแบ็คกลับมาได้สำเร็จ ดูอย่าง Rocky ไปจนถึง Creed เป็นตัวอย่างก็ได้ และหนังเรื่อง Hands of Stone ที่สร้างจากเรื่องจริงของ โรแบร์โต้ ดูรัน ( แสดงโดย เอ็ดการ์ รามิเรซ ) แชมป์รุ่น ไลท์เวท ช่วงทศวรรษที่ 1970 ก็ไม่ได้หนีจากแนวนั้นสักเท่าไหร่เลย แต่ โจนาธาน จาคูโบวิช ผู้เขียนบท และ กำกับ เป็นผู้เกิดใน เวเนซุเอล่า ก็รู้วิธีที่จะทำเรื่องราวให้แข็งแรงขึ้น และดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากตัวนักแสดงได้

รามิเรซ ถือว่าแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมในบทบาทของ ดูรัน ผู้เป็นนักสู้ข้างถนนจาก ปานามา โดยกำเนิด ที่บ่อยครั้ง ความเป็นคนอารมณ์ร้อนของเขา มักจะดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมา ซึ่งเสน่ห์ของเขาได้ไปสร้างความประทับใจให้กับ เฟลิซิดัด ( อนา เด อาร์มาส แห่ง War Dogs ) เด็กนักเรียนสาว ที่ต่อมาได้เป็นภรรยาของเขา อย่างไรก็ตามดูรันไม่ได้เป็นที่รักของทุกคน จนกระทั่ง โรเบิร์ต เดอ นีโร ที่เล่นเป็น เรย์ อาร์เซล เทรนเนอร์ ผู้ปลุกปั้นนักสู้พันธุ์ดิบ 18 คน เป็นแชมป์มาแล้ว ซึ่งเป็นอาร์เซลนี่เองที่ขัดเกลา ดูรัน และเป็นสอนให้เขาชกอย่างมีชั้นเชิงมากกว่าที่จะเป็นมวยวัดเหมือนเมื่อก่อน

ซึ่งในระหว่างยก อาร์เซล จะเป็นผู้หวีผมให้ ดูรัน ( ซึ่งมันกลายมาเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของพวกเขาในเวลาต่อมา ) เพื่อให้ฝั่งตรงข้ามคิดว่า ดูรัน ดูสดชื่นอยู่ตลอด ซึ่ง เดอ นีโร เป็นเหมือนตัวขับเคลื่อนหนังให้ดำเนินไปได้ แม้ในความเป็นจริง ดูรัน จะต้องชกใน 4 รุ่นที่แตกต่างกัน ( ไลท์เวท , เวลเตอร์เวท , ไลท์ มิดเดิ้ลเวท และ มิดเดิ้ลเวท ) แต่ในภาพยนตร์ได้โฟกัสไปที่แชมป์ปี 1980 ที่เจอกับ ชูการ์ เรย์ เลโอนาร์ด แชมป์ไร้พ่ายรุ่นวอลเตอร์เวทของ WBC ที่ยอมลดน้ำหนักลงถึง 15 ปอนด์ เพื่อมาชกด้วย โดยเลโอนาร์ดนั้นแสดงโดย อัชเชอร์ ซึ่งไฟท์ดังกล่าวได้ทำให้ ดูรัน กลายเป็นฮีโร่ของ ชาวปานามา นั่นเอง และนั่นทำไปสู่การทำน้ำหนักชกข้ามรุ่นและเริ่มขี้เกียจนั่นเอง