[ รีวิว ] Free Fire 2016 ขีปนาวุธสุดระทึกจากเหล่าวายร้าย

หนังปี 2016 ตื่นเต้นไปกับหนังเรื่อง Free Fire สนุกพร้อม ๆ กัน

Free Fire เรียกได้ว่าเป็นหนังเด็ดของปี 2016 อีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้โดยมีชายที่คิดว่าหัวดีอยู่คนหนึ่ง บอกว่า ทุกคนอยากให้เขาทำหนังที่มีผู้หญิงกับปืน คนหัวดีที่ว่าก็คือผู้กำกับชาวอังกฤษ ที่ชื่อ เบน วีตลีย์ เขาก็ไม่ปล่อยให้แฟนหนังต้องรอนาน ดูเหมือนจะเป็นการพูดเล่น ๆ ของเจ้าคนหัวดีคนนั้น แต่เบนก็เริ่มทำงานนี้อย่างจริงจัง โดยเริ่มเซ็ตเรื่องราวและฉากต่าง ๆ ให้ดูเหมือนอยู่ในบอสตัน สหรัฐฯ ในช่วงยุค 1970

Free Fire 2016
Free Fire 2016

เรื่องราวเริ่มจากการเจอกันของคน 2 กลุ่ม ที่กำลังทำการซื้อขายปืนในบ้านร้างแห่งหนึ่ง กลุ่มคนชาวไอริชต้องการที่จะซื้อปืนแอสซอลต์ ไรเฟิลกลับบ้าน ฝ่ายที่ต้องการขายก็โอเคกับเรื่องนี้ ก็แลกเปลี่ยนเงินตรากับปืนที่มีอยู่ แต่ก็มีคำด่าทอผสมเข้ามาด้วย ดูเป็นช่วงที่น่าอึดอัดอยู่ไม่น้อย แล้วสุดท้ายการสาดกระสุนใส่กันก็เกิดขึ้น หลายคนคงไม่เคยเห็นหนังที่มีการดวลปืนแบบในเรื่องมาก่อน ยิงแลกใส่กันไม่ยั้งโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ คุณคิดว่าจะได้ดูความมันส์แบบนี้นานสักแค่ไหนกัน ? สักชั่วโมงนึงมั้ง ? โอเค ยินดีด้วย พอจะตอบได้ใกล้เคียงอยู่ แต่อันที่จริงบอกได้เลยว่าตลอดความยาวของหนัง 1 ชั่วโมง 30 นาที นั้นดุเดือดมากจนแทบไม่อยากจะกระพริบตา ฟรี ไฟร์ เป็นหนังมี่วีทลีย์ทำได้ดีสมราคา ต้องยกความดีความชอบให้กับมาร์ติน สกอร์เซเซ่ โปรดิวเซอร์ของเรื่องนี้ด้วยส่วนหนึ่ง ส่วนภาพรวมของหนังดูเหมือนทุก ๆ คนในเรื่องจะตกเป็นเป้าหมายกันทั้งหมด จะดุเดือดแค่ไหน ใครจะอยู่ใครจะไป อย่ารอช้ากันเลยดีกว่า ออกไปชมการดวลเดือดครั้งนี้ด้วยสายตาของคุณเอง

 Source : rollingstone.com/movies/reviews/free-fire- movie-review- here-comes- the-guns-w477094

รีวิว ‘ The Hollars ‘ : รวมนักแสดงฝีมือดีใน หนังตลก ปน ดราม่า

The Hollars หนังรัก โรแมนติก หนังดี หนังออนไลน์ ที่ควรดู

จอห์น คราซินสกี้ ทั้งแสดง และ กำกับในภาพยนตร์ The Hollars เรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวที่ต้องรับมือกับแม่ที่ป่วยใกล้ตาย

The Hollars
หนังดราม่า โรแมนติก

ในฐานะนักแสดงและผู้กำกับ จอห์น คราซินสกี้ ได้พุ่งชนกับแนวหนังที่เฉพาะกลุ่มที่สุดในวงการ ภาพยนตร์ นั่นก็คือแนวครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงก็คือเขาได้ใส่มุกตลกไม่ธรรมดา และความเห็นอกเห็นใจเข้ากันได้อย่างลงตัว โดยพล็อตเรื่องนั้น ต้องยกเครดิตให้ผู้เขียนบทอย่าง จิม สเตราส์ ( ที่มีผลงานจากภาพยนตร์เรื่อง Grace Is Gone ) ที่ชงให้มาแนวทางนี้ โดย จอห์น ฮอลลาร์ ( คราซินสกี้ ) เป็นนักเขียนวรรณกรรมภาพที่อาศัยในแมนฮัตตันกับ เบ็คก้า ( แอนนา เคนดริก ) แฟนสาวที่เป็นดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าให้สัตว์เลี้ยงที่กำลังตั้งครรภ์ ได้ถูกเรียกกลับไปบ้านด่วน เมื่อแม่ของเขา แซลลี่ ( มาร์โก มาร์ตินเดล ) ถูก ดร. ฟอง ( แรนเดลล์ พาร์ค ) วินิจฉัยว่าป่วย เป็นโรคเนื้องอกในสมอง

The Hollars
หนังรัก โรแมนติก

มันเป็นเรื่องช็อค สำหรับครอบครัว ซึ่งรวมถึงตัวจอห์นเอง รอย พี่ชายของเขา ( ชาร์ลโต้ คอปลี่ย์ ) และ ดอน พ่อของเขา ( ริชาร์ด เจนกิ้นส์ ) ถ้าคุณสังเกตผู้ชายครอบครัวนี้ให้ดี ๆ พวกเขาจะมีชื่อคล้องจองกันอย่าง ดอน , รอน และ จอห์น คุณสามารถมองเห็นได้ถึงความสนุกที่สอดแทรกอยู่ทั้งที่ควรจะเป็นเรื่องเศร้า บวกกับ ชาร์ลี เดย์ ที่แสดงเป็น เจสัน บุรุษพยาบาล ของแซลลี่ ที่แต่งงานกับ เกว็น ( แมรี่ อลิซาเบธ วินสเตด ) ที่เป็นอดีตแฟนเก่าของจอห์น ซึ่งยังคงแค้นจอห์นอยู่ และยังมี จอช โกรบาน ที่แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมในบทของบาทหลวงหนุ่มที่อาศัยกับ สเตซี่ย์ ภรรยาเก่าของรอน ( แอชลี่ย์ ดุค ) ที่คอยกวนใจรอนอีกด้วย

The Hollars
หนังโรแมนติก

ความซับซ้อนที่คุ้นเคย แต่คุณได้สังเกตบรรดานักแสดงในเรื่องนี้หรือไม่ ? เพราะทั้งหมดคือบรรดาหัวกระทิที่ทำให้หนังมีความไหลลื่น ไม่ว่าจะเป็น คราซินสกี้ เอง หรือว่า คอปลี่ย์ รวมถึงมาร์ตินเดล ที่พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเธอสามารถรับบทอะไรก็ได้ ซึ่งจากการแสดงที่มีทั้งเสียงหัวเราะ และน้ำตา ทำให้ทุกคนเห็นว่าเธอคือหนึ่งในนักแสดงที่ดีที่สุดในโลก แล้วคุณจะรอช้าอยู่ใยล่ะ ? ต้องรีบหามาชมแล้ว

รีวิว ‘ The Light Between Oceans ‘ : จุดเริ่มต้นแห่งความรักของ ฟาสส์เบนเดอร์ & วิกันเดอร์

light_between_oceans

แสงสว่างที่กลางมหาสมุทร [ The Light Between Oceans ] 2016

แม้แต่ 2 ซูเปอร์ สตาร์ ฮอลลีวู้ด ยังไม่สามารถฉุด ภาพยนตร์ เรื่องนี้ให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้

ดีเร็ค เซียนฟรานซ์ ได้ทำหนังเปลือยที่เข้าถึงอารมณ์หลายต่อหลายเรื่อง อย่าง Blue Valentine ปี 2010 ที่ นำเสนอในเรื่องของรักไม่สมหวัง และการแยกทางกัน และ The Place Beyond the Pines ในปี 2013 ที่เป็นมหากาพย์ของลูกชายกับพ่อ อย่างไรก็ตามการได้ชม The Light Between Oceans นั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างจาก 2 เรื่องดังกล่าว และพล็อตเรื่องดูเป็นเหตุเป็นผลมีความสมจริงน้อยกว่า เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วอ้างอิงจากนิยายขายดีในปี 2012 ของ M.L. Stedman

ซึ่งกับ ภาพยนตร์ ที่สร้างกับสตูดิโอใหญ่เรื่องแรกของเขานั้น ดูเหมือนว่า เซียนฟรานซ์ จะพึ่งเนื้อหาในหนังสือมากจนเกินไป โดยตามเนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวความรักในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างคนเฝ้าประภาคารที่ชื่อ ทอม เชอร์บอร์น ( ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ ) กับอิซาเบล ภรรยาของเขา ( อลิเซีย วิกันเดอร์ ) ที่ใช้ชีวิตอย่างสันโดษบนเกาะแจนิส แต่ชีวิตก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อได้เจอกับเรือลำน้อยที่ลอยมาติดเกาะพร้อมกับศพของชายคนหนึ่งและเด็กหญิงตัวน้อยที่รอดชีวิต มันคืออุบัติเหตุทางทะเลงั้นหรือ? อิซาเบลไม่รู้ แต่เธอได้ขอทอมไม่ให้รายงานออกไป แล้วจัดการฝังศพชายที่เชื่อว่าเป็นพ่อของเด็กน้อยแล้วรับอุปการะเด็กไว้เป็นลูกของตัวพวกเขาเอง แม้ทอมจะยอมทำตามคำขอร้องของภรรยาแต่เขาก็ยังรู้สึกผิด จนกระทั่งมีแม่ม่ายในท้องที่นั้น ( ราเชล ไวซ์ ) อ้างว่าลูกเป็นของเธอและทอมคือคนที่ฆาตกรรมสามีของตน

เหตุการณ์ดังกล่าวเปรียบเสมือนพายุพัดเข้าประภาคารเลยก็ว่าได้ ( ซึ่งในภาพยนตร์ได้ถ่ายวิวสวย ๆ ของประเทศนิวซีแลนด์ไว้ด้วย ) โดยทอมและ อิซาเบล นั้นดูราวกับโดนโหมซัดท่ามกลางพายุอารมณ์ ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากการทำอะไรตามแต่ใจของตัวเอง ซึ่งในหนังนั้นซึ้งแค่ไหนคุณต้องลองชมดู เพราะ ฟาสส์เบนเดอร์ กับ วิกันเดอร์ ก็มาตกหลุมรักกันระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้นั่นเอง แสดงให้เห็นถึงความอินในบทบาทของพวกเขาทั้งคู่จนทำให้เราอดคล้อยตามไปไม่ได้ แต่น่าเศร้าที่ตัวหนัง The Light Between Oceans เองไม่สามารถสะกดคนดูให้ประทับใจไปกับมันได้

รีวิว ‘ Hands of Stone ‘ : หนังชีวิตประวัติของ โรแบร์โต้ ดูรัน ที่ไม่ได้เป็นแบบ Raging Bull

hands of stone

Hands of Stone (2016) หนังแอ็คชั่น ที่ควรดู

หนังที่สร้างจากชีวิตขึ้น ๆ ลง ๆ ของยอด นักชก กำปั้นหินชาว ปานามา ที่ โรเบิร์ต เดอ นีโร เล่นได้เด่นมาก ๆ หากสนใจชมตัวอย่างหนัง ภาพยนต์ ขอแนะนำเว็บไซต์ ดูหนัง action มีทั้งตัวอย่าง และหนังเต็มเรื่อง พากษ์ไทย ให้ชมฟรี

ภาพยนตร์ ที่เกี่ยวข้องกับหมัด ๆ มวย ๆ ทุกเรื่อง ยกเว้น Raging Bull มักจะเดินเรื่องไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือเริ่มต้นจากการเป็น ไก่รองบ่อน มาก่อนที่จะโด่งดังขึ้นมา จากนั้นก็เกิดปัญหาก่อนจะคัมแบ็คกลับมาได้สำเร็จ ดูอย่าง Rocky ไปจนถึง Creed เป็นตัวอย่างก็ได้ และหนังเรื่อง Hands of Stone ที่สร้างจากเรื่องจริงของ โรแบร์โต้ ดูรัน ( แสดงโดย เอ็ดการ์ รามิเรซ ) แชมป์รุ่น ไลท์เวท ช่วงทศวรรษที่ 1970 ก็ไม่ได้หนีจากแนวนั้นสักเท่าไหร่เลย แต่ โจนาธาน จาคูโบวิช ผู้เขียนบท และ กำกับ เป็นผู้เกิดใน เวเนซุเอล่า ก็รู้วิธีที่จะทำเรื่องราวให้แข็งแรงขึ้น และดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากตัวนักแสดงได้

รามิเรซ ถือว่าแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมในบทบาทของ ดูรัน ผู้เป็นนักสู้ข้างถนนจาก ปานามา โดยกำเนิด ที่บ่อยครั้ง ความเป็นคนอารมณ์ร้อนของเขา มักจะดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมา ซึ่งเสน่ห์ของเขาได้ไปสร้างความประทับใจให้กับ เฟลิซิดัด ( อนา เด อาร์มาส แห่ง War Dogs ) เด็กนักเรียนสาว ที่ต่อมาได้เป็นภรรยาของเขา อย่างไรก็ตามดูรันไม่ได้เป็นที่รักของทุกคน จนกระทั่ง โรเบิร์ต เดอ นีโร ที่เล่นเป็น เรย์ อาร์เซล เทรนเนอร์ ผู้ปลุกปั้นนักสู้พันธุ์ดิบ 18 คน เป็นแชมป์มาแล้ว ซึ่งเป็นอาร์เซลนี่เองที่ขัดเกลา ดูรัน และเป็นสอนให้เขาชกอย่างมีชั้นเชิงมากกว่าที่จะเป็นมวยวัดเหมือนเมื่อก่อน

ซึ่งในระหว่างยก อาร์เซล จะเป็นผู้หวีผมให้ ดูรัน ( ซึ่งมันกลายมาเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของพวกเขาในเวลาต่อมา ) เพื่อให้ฝั่งตรงข้ามคิดว่า ดูรัน ดูสดชื่นอยู่ตลอด ซึ่ง เดอ นีโร เป็นเหมือนตัวขับเคลื่อนหนังให้ดำเนินไปได้ แม้ในความเป็นจริง ดูรัน จะต้องชกใน 4 รุ่นที่แตกต่างกัน ( ไลท์เวท , เวลเตอร์เวท , ไลท์ มิดเดิ้ลเวท และ มิดเดิ้ลเวท ) แต่ในภาพยนตร์ได้โฟกัสไปที่แชมป์ปี 1980 ที่เจอกับ ชูการ์ เรย์ เลโอนาร์ด แชมป์ไร้พ่ายรุ่นวอลเตอร์เวทของ WBC ที่ยอมลดน้ำหนักลงถึง 15 ปอนด์ เพื่อมาชกด้วย โดยเลโอนาร์ดนั้นแสดงโดย อัชเชอร์ ซึ่งไฟท์ดังกล่าวได้ทำให้ ดูรัน กลายเป็นฮีโร่ของ ชาวปานามา นั่นเอง และนั่นทำไปสู่การทำน้ำหนักชกข้ามรุ่นและเริ่มขี้เกียจนั่นเอง